สวัสดีชาวโลก – -‘

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | 1 ความเห็น

ธนบัตรของไทย

 

ลักษณะรูปพรรณของธนบัตรที่ระลึกวันราชาภิเษกสมรสครบ 50 ปี ชนิดราคา 500,000 บาท

 

 

 

ที่มา http://board.postjung.com/477295.html

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

อ่านแล้วต้องยิ้มน่ะ

 

ถึงคุณคนนั้น….(He is you)

ขอโทษที่ไม่ได้อ่อนหวานเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ

ขอโทษที่กระโดกกระเดก

ขอโทษที่ใจร้อนเสมอ และต้องคอยให้เตือนเสมอ ( น่าเบื่อมาก..>_< )

ขอโทษที่ชอบร้องไห้เวลาดูหนังด้วยกัน

ขอโทษที่ไม่น่ารักและน่าทะนุถนอม

ขอโทษที่ไม่รู้จักโตสักที

ขอโทษที่ขี้ใจน้อย

ขอโทษที่ขี้งอน

ขอโทษที่ชอบพูดตรง

ขอโทษที่เคยทำร้ายจิตใจกัน

ขอโทษที่จุ้นจ้านเรื่องส่วนตัว

ขอโทษที่ขี้บ่นเหลือเกิน

ขอโทษที่รักซะมากมาย

ตอบกลับ.. จากคนที่รักคุณ…

ขอบคุณครับที่ไม่อ่อนหวาน ผู้ชายอย่างผมจะได้แอบหวานกะเขาบ้าง

ขอบคุณครับที่กระโดกกระเดก ผมจะได้มองออกว่าคุณเขิน

ขอบคุณครับที่ใจร้อน ผมยินดีที่จะทำให้มันเย็น ( ผมไม่เคยเบื่อเลย..^_^ )

ขอบคุณครับที่ร้องไห้เวลาดูหนังด้วยกัน ผมจะได้มีโอกาสเช็ดน้ำตาของคุณบ้าง

ขอบคุณครับที่ไม่น่ารักและน่าทะนุถนอม ขืนน่ารักกว่านี้ผมคงแย่งชิงกันคนอื่นอีกนานโข

ขอบคุณครับที่ขี้ใจน้อย มันแสดงว่าผมก็มีความสำคัญพอให้โกรธบ้าง

ขอบคุณครับที่ขี้งอน ผมจะได้ง้อไง แต่อย่านานนักล่ะ ผมทรมานใจนะครับ

ขอบคุณครับที่พูดตรง ( T_T ) ฮือๆ ผมรู้แล้วว่าผมทำกับข้าวไม่อร่อย

ขอบคุณครับที่ทำร้ายจิตใจกัน

 

มันทำให้ผมได้รู้ถึงความเหนียวแน่นในความสัมพันธ์ของเราสองคนว่ามันไม่ขาดกันง่ายๆ หรอก ( ผมไม่ยอม )

ขอบคุณครับที่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของผม นั่นแน่..เป็นห่วงผมล่ะสิ

ขอบคุณครับที่.เอ๊ย..ไม่เอาดีกว่าข้อนี้ขี้บ่น ไม่ดีๆ เหมือนยายแก่ แต่ถ้าจะเป็นจริงๆ ขอผมเป็นตาแก่นะ..

สุดท้ายขอบคุณครับที่เข้ามาในชีวิตผม..

ขอบคุณที่ทำให้ผมพูดเลียนแบบหนังเรื่อง As good as it get

“คุณทำให้ผมอยากเป็นผู้ชายที่ดีกว่านี้“

ขอบคุณที่ทำให้ผมรู้ความหมายของคำว่า You complete Me.

โดยไม่ต้องเปิด Dictionary

ขอบคุณที่อยู่เพื่อให้ผมรัก

 

 

แอบอิจฉาผู้หญิงคนนี้จังเลย   ….♥♥♥♥

http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1546929

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

บทความดีๆสำหรับคนอกหัก

 

เสียใจไม่ใช่เรื่องแปลก ((แต่หากเสียใจไม่จบสิ้น นั่นจึง แปลก))………..//

ความอ้างว้างไม่ได้โหดร้ายอะไรนัก
มันก็แค่ช่วง เวลาที่เธอควรใช้มันให้กับตัวเอง
หลังจากที่วุ่นวายไปกับชีวิตคนอื่นมานานพอควร

 

ถ้าเธอเคยหกล้ม เธอก็จะเดินอย่างระมัดระวังมากขึ้น
ไม่ใช่ คิดจะไม่เดินอีกเลย

บางครั้งคนเรา
ก็ต้องยอม รับในสิ่งที่ตัว เองไม่เข้าใจ
และต้องยอมรับในการตัดสินใจของคนอื่น
ถึงมันจะไม่ดีกับเธอ เลยก็ตาม
เพราะเราเลือกแต่เหตุการณ์นี้
ให้เกิดกับชีวิตเราไม่ได้เสมอ ไป

ความรักก็มีชีวิตเหมือนดอกไม้
และไม่มีแจกันใด
จะถนอม ความงามของดอกไม้ไว้ได้ตลอดไปหรอก

ความเสียใจไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่ หากเสียใจไม่จบสิ้น นั่นจึงแปลก

ในขณะที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์
มัน ก็ต้องไม่ลืมที่จะหมุนรอบตัวเอง
ในขณะที่เธอรักใคร
เธอก็ต้องไม่ลืมที่ จะรักตัวเอง

หากคนเรามีความรักได้ครั้งเดียวในชีวิต
นั่นจึงควรร่ำ ร้องเมื่อรักได้สูญหาย
แต่ความจริงแล้ว
คนเรามีความรักได้หลายพันครั้ง ตลอดทั้งชีวิต

เมื่อเธอรู้สึกว่าตัวเองไม่เหลือใคร
นั่นคือสัญญาณ เตือนว่า
เธอควรให้ความสำคัญกับตัวเองได้แล้ว

คนเราสามารถจำอะไรก็ ได้
แต่เมื่อจำแล้ว
กลับไม่สามารถเลือกที่จะลืมบางส่วนของมันได้
แต่เลือกที่จะนึกถึงมันให้น้อยที่สุดได้

ไม่ว่าความรักจะทำให้วันนี้ของ เธอปวดร้าวยังไง
แค่ครั้งหนึ่ง เธอเคยได้รัก คนที่อยากรัก
เธอก็โชคดี มากแล้ว

สำหรับบางคน
ถ้าจะรัก ก็ยังไม่เจ็บ ถ้าเคยรัก ก็แค่เคย เจ็บ
แต่ถ้ายังรัก ก็จะยังเจ็บ
ขึ้นอยู่กับว่า เธออยากเป็นแค่คนที่เคย เจ็บ
หรืออยากเป็นคนที่ยังเจ็บอยู่ทุกวัน

เธอเคยฝืนใจรับใบ ปลิว
ที่แจกตามหน้าห้างสรรพสินค้า
เพราะเกรงใจคนแจกมันและ บางที
อาจมีคนรับความรักของเธอไป
เพราะเหตุผลอย่างเดียวกัน
สุดท้าย เขาก็ทิ้ง มัน
เหมือนกับที่เธอทิ้งใบปลิวนั่นแหละ

คนบางคน
เป็นเพื่อนที่ ดีได้ เป็นพี่ที่ดีได้ เป็นน้องที่ดีได้
แต่เป็นคนรักที่ดีไม่ได้
ก็ควร ให้เขาเป็นในสิ่งที่เขาเป็นได้ และเป็นได้ดี

หลายๆสิ่งในโลก
ล้วน ถูกสร้างมาให้มีด้านตรงข้าม
มันจึงต้องมีจุดผกผันแปรเปลี่ยน
ความรักก็ มีจุดเปลี่ยนของมัน
จึงเป็นเรื่องจำเป็น ที่เธอต้องยอมรับมันให้ ได้

แก้วกาแฟใบโปรด แตกไปเสียแล้ว
เก็บไว้ก็บาดมือ
ความรัก จาก ไปเสียเสียแล้ว
เก็บไว้ก็บาดใจ


สำหรับความรักที่ผ่านมา
ควรแยก ให้ได้ว่า อะไรควรจำไว้ประทับใจ
อะไรควรจำไว้เป็นบทเรียน

ค่ำคืน แห่งความเงียบเหงา
ไม่ได้ยาวนานไปกว่าคืนไหนๆหรอก
อีกไม่นานก็เช้า ชีวิตก็วุ่นวายเหมือนเดิมแล้ว


หนังสือเล่มไหนที่อ่านแล้วไม่ถูกใจ
ก็ไม่ต้องกลับไปอ่านรอบสอง
ความทรงจำที่นึกถึงแล้วเจ็บปวด
ก็อย่าไปนึก ถึงมันเป็นครั้งที่สอง

เมื่ออ่อนแอจนถึงที่สุด
ความเข้มแข็งจะเข้า มาแทนที่

เมื่อเธออยากให้หัวใจมีความรัก
ก็ต้องยินยอมที่จะให้มัน เจ็บปวด
เหมือนเด็กที่อยากจะเดิน
ก็ต้องยินยอมที่จะล้มลุกคลุก คลาน

ความรู้สึกสูญเสีย ร้ายแรงเสมอ
สำหรับคนที่ไม่ยอมรับความ จริง

ความเจ็บปวด
ไม่ได้ต้องการเวลาเพียงไม่กี่วันในการรักษา
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่า
เธอจะเลิกเจ็บปวดเมื่อไหร่
แต่มันอยู่ที่ ว่า
เธอจะใช้ชีวิตในขณะที่ยังเจ็บปวดอย่างไรต่างหาก


คนที่ควรรัก อาจไม่ใช่คนที่เธอรัก
อาจไม่ใช่คนที่รักเธอ
อาจไม่ใช่คนที่รักกันมา ก่อน
อาจไม่ใช่คนที่กำลังรักอยู่
อาจไม่ใช่คนที่คิดจะรัก
แต่คนที่ ควรรัก
อาจเป็นคนที่เธอยังไม่เคยรักเลยก็ได้

ทำไมต้องเรียกร้องความ รักจากคนๆเดียว
ในเมื่อเธอก็มีความรักจากคนรอบข้างมากมาย


ไม่มีความ เจ็บปวดครั้งใด
ไม่ให้ประโยชน์กับชีวิต
ขึ้นอยู่กับว่า
เธอรู้จัก ที่จะใช้ความเจ็บปวดนั้นทำให้เธอเข้มแข็ง
หรือปล่อยให้มันทิ่มแทง จนเจ็บซ้ำ แล้วซ้ำเล่า


การเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นง่ายที่สุด
และ ยอมรับได้ยากที่สุด
แต่เมื่อเรายอมรับได้แล้ว
มันก็จะเป็นเรื่องธรรมดา ที่สุด

ความรักไม่ได้ทำร้ายใคร
แต่คนเรามักใช้มันทำร้ายตัว เอง


เด็กที่เพิ่งหกล้ม
อย่าไปถามเขาว่า
เจ็บมากมั้ย หายเจ็บ หรือยัง
นั่นจะทำให้เขายิ่งร้องไห้
หัวใจที่เจ็บปวด
ก็อย่าไปถาม ซ้ำๆถึงความเจ็บนั้นเลย


ความเจ็บปวดที่ร้ายแรงที่สุด คือ
ความเจ็บ ปวดที่เธอเฝ้าคิดถึงแต่มันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ถ้าเธอเคยล้ม
เธอก็จะเดิน อย่างระมัดระวังมากขึ้น
นั่นเองคือเหตุผลว่า
ทำไมคนเราจึงต้องเจ็บปวด เสียบ้าง

ถ้าความรักของเธอเหมือน ดอกไม้
หัวใจเขา เหมือนทะเลทราย
คงเปล่าประโยชน์ นี่เธอจะปลูกดอกไม้ให้ งดงาม
ในทะเลทราย

ระหว่างการเดินทาง
หากมีเพื่อนร่วมทางสัก คน
ก็นับว่าเป็นโชคดีของเธอแล้ว
และเมื่อเขาจำเป็นต้องแยกไป
เธอควร ขอบคุณที่เขาร่วมทางมา
ไม่ใช่ตัดรอนต่อว่า ที่เขาแยกทางไป

ว่ากัน ว่า ช่วงชีวิตของคนเรามีจำกัด
ยิ่งใช้เวลาไปกับความเศร้าโศกนานเท่า ไหร่
ก็จะเหลือช่วงเวลาที่ดี ลดน้อย ลง

Credit : http://radiosms.freei.co.th/webboard/viewtopic.php?f=22&t=73

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

เรื่องดีๆๆเกี่ยวกับความรัก

จิตวิทยาความรัก

ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับ ความรัก

ภาวะ…”กาฝาก”

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความรัก ที่พบบ่อยที่สุดอย่างหนึ่ง คือ ..
“ถ้ารักกันแล้ว…เราขาดกันไม่ได้"
ยกตัวอย่าง…กรณีที่เราจะพบเสมอ
ทันทีที่รู้ว่า คน(ที่เรา)รัก จากไปสู่ที่ชอบ..ที่ชอบ
คือ..ไปอยู่กับ "คน" ที่เขาชอบมากกว่า "เรา"
และที่ชอบของเขา เป็นที่ไม่ชอบของเรา
ไม่ว่าหญิงหรือชายจะเกิดอาการ กินไม่ได้นอนไม่หลับ ..จะเป็นจะตาย ..
หลายราย ถึงกับสำเร็จความตายด้วยตนเอง คิดว่า เป็นการบูชาความรัก

ตัวอย่าง .. คนไข้สาวรายหนึ่ง
แฟนหนุ่ม มีอันต้องจำพรากจากไป…อยู่กับสาวอื่นแทน
เธอพรอดพร่ำ รำพัน ต่อหน้าจิตแพทย์
"หนูไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว หนูอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา"
[เธอลืมไปว่า..ก่อนที่จะมีเขา… เธอก็ยังมีชีวิตอยู่ได้]
"หนูรักเขามากค่ะ…คุณหมอคงเข้าใจใช่ไหมคะ ว่าหนูรักเขามากแค่ไหน"
ถ้อยคำมากมาย พรั่งพรูจากปากของเธอ

"คุณเข้าใจผิดเสียแล้วล่ะครับ.. คุณไม่ได้รักแฟนคุณหรอก"
จิตแพทย์พูดบ้าง หลังจากฟังมานาน

"คุณหมอ หมายความว่ายังไง …
ก็หนูเพิ่งพูดไปแหม่บๆ ว่า ถ้าขาดเขาเสียแล้ว ชีวิตของหนูก็อยู่ไม่ได้”

น้ำเสียงเธอ แสดงความไม่พอใจ..

จิตแพทย์พยายามอธิบาย “สิ่งที่คุณพูดมาทั้งหมด..
ไม่ได้เรียกว่า ความรักหรอกครับ เขาเรียกว่า ภาวะกาฝาก
ตราบใดที่คุณยังต้องพึ่งใครสักคน เพื่อความอยู่รอดของคุณ ..
คุณก็ทำตัวเหมือนพยาธิในลำไส้ของเขา…
มันทำให้ชีวิตคุณ ไม่มีทางเลือก และขาดอิสรภาพ
มันกลายเป็น.. ภาวะจำเป็น..มากกว่า..ความรัก"

คนไข้สาวช็อค…ไปชั่วขณะ

นึกว่าจะได้รับคำปลอบใจ ที่มีคุณภาพสูงกว่าที่เคยได้จากเพื่อนๆ ….
แต่หมอยังพูดต่อ… ทั้งๆ ที่คนไข้กำลังนั่งนิ่งตะลึง ด้วยความงง ..
เหมือนจงใจ "ซ้ำเติม" …แต่นำปัญญา..สู่จิตอันขลาดเขลา

"ความรักที่แท้..ต้องมีอิสรภาพ… คนสองคนจะรักกันได้…
ก็ต่อเมื่อ..เขาทั้งสอง สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ตามลำพัง อย่างไม่เป็นทุกข์
แต่เขาทั้งสอง ก็เลือกที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน เพื่อความสุขที่มากขึ้น"

เธอใช้เวลาตั้งสติพักหนึ่ง…

สีหน้าเริ่มสงบ …คิ้วขมวดเริ่มผ่อนคลาย
รอยยิ้มน้อยๆ ปรากฏที่มุมปาก.. ก่อนเปล่งวาจา ..
"คำพูดของคุณหมอ เปรียบเสมือนแสงตะวัน…
ที่สาดส่อง ทะลุทำลาย กำแพงเมฆหมอก ของดิฉัน…

————-

จิตแพทย์ที่กล้าพูดเตือนสติ แทนการพูดปลอบใจท่านนี้ ….คือ Dr.Scott Peck …
ซึ่งได้เขียนบรรยายเหตุการณ์เรื่องนี้ ในหนังสือขายดีชื่อ …The Road Less Traveled
ซึ่งท่านได้ให้แนวคิดเรื่อง.. "ภาวะพึ่งพิง" (Dependency)
ไว้ด้วยความหมายว่า …
เป็นภาวะ ที่เราไม่สามารถดำเนินชีวิต…
โดยปราศจาก การดูแลเอาใจใส่ จากบุคคลอื่น
ปดติเราอาจต้องพึ่งพิง ขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น
ในเวลาที่เราได้รับบาดเจ็บ หรือกำลังป่วย
แต่หากเรามีสุขภาพร่างกายที่ดีแล้ว…
ยังต้องพึ่งพิงผู้อื่นทางจิตใจ..เพื่อช่วยให้เราเป็นสุข
แสดงว่า… สุขภาพทางจิตของเรา กำลังย่ำแย่ เจ็บป่วย หรือบาดเจ็บ
เวลาที่ผ่านไป.. จะช่วยเยียวยาบาดแผล ให้สมานจนหายสนิท …
พร้อมภูมิต้านทานทางใจ ที่มากขึ้น
—————

คนที่มีสุขภาพจิตดี…
จะให้ความรักแก่ตัวเองเป็น และดำเนินชีวิตได้ โดยไม่ต้องพึ่งพิงใคร
แต่ อาจพึ่งพาอาศัยกันได้ เพราะคนเรา ไม่ได้เก่ง หรือทำเป็นหมดทุกอย่าง
แต่ ถ้าคุณถึงขั้น.. "ขาดเขาไม่ได้"
จงอย่าเอาคำว่า … "รักเขามากเหลือเกิน" … มาลวงหลอกใจตัวเอง
ยิ่งต้องถึง..คิดฆ่าตัวตาย… ยิ่งแสดงว่า …"แม้แต่ตัวเอง …ก็ยังไม่รัก"
หลายคนคิดว่า..ถ้าฉันฆ่าตัวตายจะทำให้เขารู้สึกผิดกับการกระทำของเขาที่ทิ้งเราไป…
คิดเอาว่า.."เขาจะต้องเสียใจ..ไปตลอดชีวิต" คิดอย่างนี้…ส่วนใหญ่ มักตายฟรี

ปัจจุบัน..ผู้หญิงไทยมีการศึกษา มีการงานและความสามารถไม่แพ้เพศชาย …
ไม่จำเป็นต้องอาศัยเพศชายเป็นผู้นำของชีวิต เหมือนหญิงไทยสมัยโบราณ…
ผู้หญิงทั้งหลาย จึงสามารถใช้ชีวิตด้วยตนเองได้ อย่างมีความสุข..
และภาคภูมิใจ..ในเกียรติของผู้หญิง
และหากได้พบชายใด ที่เราเห็นว่า ทำให้ชีวิตเรา มีความสุขมากขึ้น..
และดีขึ้น กว่าการอยู่คนเดียว … คุณก็อยู่ในฐานะ ที่มีโอกาสเลือก
ไม่ใช่ จำเป็นต้องเลือก… หรือ..จำใจเลือกเขา…มาเป็นคู่ชีวิต
————-

ขอกล่าวทวนประโยคเดิม…
ที่จิตแพทย์ Dr.Scott Peck พูดกับคนไข้…

"Love is the free exercise of choice.
Two people love each other o­nly
when they are quite capable of living
without each other
but choose to live with each other"

ที่มา forwarded email

โพสท์ใน ข้อคิด | ใส่ความเห็น

เรารักกันหรือฉันรักเธอ

เจ็บนะ  . . . กับคำที่ว่าเรารักกัน
แต่พื้นที่ตรงนั้น ไม่มีช่องว่างให้ฉันเข้าไปได้
เรื่องราวคนนั้นคนนี้แน่นอัดอยู่เต็มหัวใจ
ต่างจากความรู้สึกของฉัน ที่กระจัดกระจายอยู่นอกสายตา

เจ็บนะ  . . .กับคำที่ว่าเราผูกพัน
แต่ความจริงนั้น เราห่างกันเหมือนคนละฟากฟ้า
นิยามคำว่า "ฉัน" เป็นแค่คนถูกใจในบางเวลา
มีความหมายขึ้นมา   . . .ในวันที่เธอเหว่ว้าไม่เหลือใคร


เจ็บนะ  . . . กับคำที่ว่าจะมีเพียงเรา
สุดท้าย   . . . เพียงความว่างเปล่าที่เธอให้ได้
คำว่าแฟน   . . . คือนามธรรม ที่แสนเศร้าจับหัวใจ
มีไว้เพื่อประดับกาย  . . .เป็นแค่ของตายชิ้นสุดท้ายในมือเธอ

 

 

http://women.kapook.com/view7085.html

โพสท์ใน ข้อคิด | ใส่ความเห็น

~โดราเอมอน~happy

3 กันยายน สุขสันต์วันเกิด โดราเอมอน


สุขสันต์วันเกิด โดราเอมอน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต 

          เจ้าแมวเหมียวหุ่นยนต์สีฟ้า อิมพอร์ตจากญี่ปุ่น ที่มีนามว่า โดราเอมอน กลายเป็นขวัญใจของเด็กๆ ในหลายๆ ประเทศ ตั้งแต่ยุคสมัยคุณพ่อ คุณแม่ยังสาว จนถึงรุ่นน้องๆ หนูๆ ในปัจจุบัน โดราเอมอน ก็ยังเป็นตัวการ์ตูนในความทรงจำไม่เสื่อมคลาย และวันนี้ 3 กันยายน ก็เป็นวันเกิดของ โดราเอมอน ซึ่งเราก็จะพาเพื่อนๆ ไปแฮปปี้เบิร์ทเดย์ให้เจ้าแมวสีฟ้าตัวนี้ พร้อมๆ กับข้อมูลส่วนตัวของ โดราเอมอน กัน

          โดราเอมอน หรือที่บางคนเรียกว่า โดเรมอน เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่แต่งโดย ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ โดยมีข้อมูลว่า โดราเอมอน เกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายน ค.ศ.2112 หรือ พ.ศ.2655 จากโรงงานผลิตหุ่นยนต์ในโลกอนาคต ลักษณะเป็นแมวหุ่นยนต์ตัวอ้วนกลมสีเหลือง มือกลมสีขาวไม่มีนิ้ว แต่ที่มือมีความสามารถในการดูด จึงหยิบจับสิ่งของได้ มีกระดิ่งห้อยคอสีเหลือง มีหนวด 6 เส้น หน้าท้องมีกระเป๋าวิเศษ และมีสวิตช์สำหรับปิดเปิดที่หาง ถ้าดึงหางปุ๊ป โดราเอมอน ก็จะหยุดการทำงานทันที

          อ่านแล้ว เพื่อนๆ อาจจะงงว่า โดราเอมอน ที่เห็นมีตัวสีฟ้าไม่ใช่หรือ ทำไมบอกสีเหลืองล่ะ นั่นเพราะอันที่จริงแล้ว โดราเอมอน แรกเริ่มถูกสร้างมาให้มีสีเหลืองค่ะ แต่ต่อมามีหุ่นยนต์หนูมาแทะหู ทำให้หูหายไปทั้งสองข้าง จนแฟนสาวหัวเราะเยาะ จากนั้นตัวของ โดราเอมอน ก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีฟ้า และนี่ก็คือที่มาว่า ทำไม โดราเอมอน จึงกลัวหนูสุดๆ

          นอกจากนี้ โดราเอมอน ยังผูกพันกับเลข 129.3 แทบทุกอย่าง ทั้งน้ำหนัก 129.3 กิโลกรัม ส่วนสูงขณะยืน 129.3 เซนติเมตร ขณะนั่ง 100 เซนติเมตร กระโดดได้สูง 129.3 เซนติเมตร วิ่งได้เร็ว 129.3 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนของโปรดของ โดราเอมอนไม่ต้องบอกก็รู้ว่า คือ โดรายากิ

          จากนั้น โดราเอมอน ก็ได้เดินทางผ่านกาลเวลา มาจากศตวรรษที่ 22 กลับมาสู่อดีตใน ศตวรรษที่ 20 โดยไทม์แมชชีน และมาโผล่ที่โต๊ะเรียนหนังสือของเด็กชายชั้นประถมจอมขี้เกียจ โนบิ โนบิตะ และได้ช่วยเหลือ โนบิตะ ด้วยของวิเศษในอนาคตนั่นเอง

โดราเอมอน

          แน่นอนว่า โครงเรื่องของ โดราเอมอน ก็เป็นเรื่องราวของตัวละครสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็น โดราเอมอน โนบิตะ และเพื่อนๆ อย่าง ชิซูกะ สาวน้อยน่ารัก ใจดี ไจแอนท์ เด็กชายจอมพลังที่ชอบรังแกคนอื่น แต่ก็รักน้องสาวๆ สุด และ ซูเนโอะ เด็กชายบ้านรวย ชอบอวด ขี้ประจบ ที่จะเกิดเรื่องต่างๆ ทำให้ โดราเอมอน เป็นต้องหยิบของวิเศษจากกระเป๋าหน้าท้อง มาช่วยแก้ไขปัญหาอยู่เสมอ 

          และการใช้ของวิเศษแปลกตานี่เอง น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้ เด็กๆ จดจำ และยกให้ โดราเอมอน เป็นขวัญใจเด็กๆ อมตะนิรันดร์กาล เพราะของวิเศษแต่ละชิ้นของ โดราเอมอน สามารถสร้างเสริมจินตนาการให้แก่โลกของเด็กๆ ได้และในแต่ละตอนของการ์ตูน โดราเอมอน ยังสอดแทรกข้อคิด เพื่อสอนเด็กๆ เอาไว้ด้วย

          เอ้า… รู้เรื่องของ โดเรมอน กันแล้ว ก็มาแฮปปี้เบิร์ทเดย์ให้เจ้าเหมียว โดราเอมอน กันหน่อยจ้า

 
โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น